สารดูดความชื้น

You are here: ...
หน้าแรก / สารดูดความชื้น

ความจำเป็น

สารดูดความชื้นได้กลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับอุตสาหกรรมหลายประเภท เพื่อรักษาสภาพสินค้าให้คงสภาพเดิมจากโรงงานผลิตจนถึงมือลูกค้า สินค้าประเภท อาหารและอื่นๆ มีความเสี่ยงต่อความเสียหายจากความชื้นสูงหากไม่มีการป้องกัน

 

ความชื้นสร้างความเสียหายอย่างไร

ความชื้นในอากาศทั้งภายนอกทั่วไปหรือในวัสดุหีบห่อที่บรรจุสินค้าจะกลั่นตัวเป็นหยดน้ำเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนแปลง ดังนั้นการขนส่งสินค้าจากโรงงานไปยังลูกค้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งออกนอกประเทศ หีบห่อที่บรรจุสินค้าจะต้องสัมผัสกับอุณหภูมิที่แตกต่างกันตลอดเวลา จากปัจจัยต่างๆเช่น กลางวัน กลางคืน เขตอากาศร้อน หนาว อากาศภายนอก อากาศในห้องปรับอากาศ จึงมีความเสี่ยงที่ความชื้นในหีบห่อที่บรรจุ สินค้าจะกลั่นตัวเป็นน้ำและสร้างความเสียหายให้แก่สินค้าได้ความชื้นที่เปอร์เซ็นต์ยิ่งสูงมากการกลั่นตัวจะเร็วขึ้น

 

วิธีใช้สารดูดความชื้นให้ได้ผล

ความชื้นในอากาศมีโอกาสที่จะสัมผัส และสร้างความเสียหายให้กับสินค้าในหีบห่อได้ 3 ทาง คือ

1

   เข้าไปในหีบห่อจากภายนอก

2

   อยู่ภายในหีบห่อโดยเข้าไปขณะบรรจุ

3

   ตัวสินค้าเองคลายความชื้นออกมา

ดังนั้นหากจะใช้สารดูดความชื้นให้ได้ผลจะต้องบรรจุสินค้าพร้อมสารกันชื้น ในหีบห่อที่ปิดสนิทไม่มีรอยรั่วให้อากาศผ่านเข้าไปได้ และต้องใช้ในปริมาณที่เหมาะสมกับขนาดของหีบห่อและชนิดของสินค้า

 

ข้อดีของสารจากธรรมชาติ

นอกจากไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสภาพแวดล้อมแล้วยังใช้ความเป็นธรรมชาติในตัวสร้างประสิทธิภาพในการดูดและเก็บกักความชื้นได้มากกว่าสารดูดความชื้นที่สังเคราะห์จากเคมี ความเป็นรูพรุน นับล้านในแต่ละอนูของดินจะสามารถดูดซับและกักเก็บน้ำไว้ได้มากมาย อย่างน่าอัศจรรย์

 

ลักษณะการใช้งาน

ลักษณะการใช้งานแบ่งออกได้เป็น 3 ลักษณะ คือ

1. ใส่ซองสารดูดความชื้นในซองเดียวกับสินค้า

     การใช้ในลักษณะนี้ต้องระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากซองสารดูดความชื้นสัมผัสโดยตรงกับสินค้าการใช้ลักษณะนี้ควรจะปฏิบัติดังต่อไปนี้ 
     1.1 เลือกชนิดสารดูดความชื้นที่ผลิตจากธรรมชาติ และไม่เป็นอันตรายหากบริโภคเข้าไป 
     1.2 เลือกซื้อกับผู้ขายที่มีโรงงานแบ่งบรรจุที่ได้มาตรฐานเพื่อป้องกันซองแตกรั่ว 
     1.3 เลือกสินค้าที่ไม่มีสารแคลเซี่ยมคลอไรด์ผสมมากเกินพอดี เพราะแคลเซี่ยมคลอไรด์จะละลายและซึมออกจากซองไปปน เปื้อนกับสินค้า

2. ใส่ซองสารดูดความชื้นนอกซองบรรจุสินค้าและแพ็คทั้งซองสินค้าและ ซองสารดูดความชื้นใน ห่อเดียวกัน

   การใช้งานลักษณะนี้จะให้ความปลอดภัยกับสินค้ามากกว่า เนื่องจากไม่มีการสัมผัสโดยตรงกับสินค้า ข้อแนะนำในการเลือกใช้ชนิดของสารดูดความชื้นคือ ใช้สารดูดความชื้นที่มีความสามารถในการดูดความชื้นสูงที่สุดแต่ต้องไม่มีสารแคลเซี่ยมคลอไรด์ผสมอยู่มากเกินพอดี เนื่องจากเมื่อแคลเซี่ยมคลอไรด์ละลายแล้วจะออกฤทธิ์กัดกร่อนและซึมผ่านเข้าไปทำความเสียหายให้กับสินค้าได้

3. ใส่ซองสารดูดความชื้นในตู้คอนเทนเนอร์ หลังจากบรรจุสินค้าแล้ว

     การใช้ลักษณะนี้เพื่อป้องกันหีบห่อภายนอกไม่ให้เปียกจากน้ำที่กลั่นตัวจากความชื้นภายในตู้คอนเทนเนอร์ ข้อแนะนำในการใช้คือ ใช้ขนาด 1 กิโลกรัม บรรจุถุงผ้า หรือ 200 กรัม บรรจุซองวันเวย์ และแขวนไว้ให้ทั่วทั้งตู้ 1 ตู้ 20 ฟุตควรใช้ ปริมาณ 15 - 20 กิโลกรัม (หรือใช้สารดูดความชื้นชนิดพลังสูง (Power Dry Ultra) ขนาด 200 กรัม จำนวน 15 - 20 ซอง ขึ้นอยู่กับระยะทาง)

 

ปริมาณการใช้ที่เหมาะสม

เนื่องจากสารดูดความชื้นแต่ละชนิดมีลักษณะการทำงานที่แตกต่างกัน ประสิทธิภาพแตกต่างกัน และการบรรจุสินค้าแต่ละชนิดใช้วัสดุและวิธีการบรรจุที่แตกต่างกัน ตลอดจนจุดที่บรรจุสินค้า และเส้นทาง การส่งสินค้าของผู้ใช้ล้วนแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้นมีผลต่อการคำนวณปริมาณที่เหมาะสมของสารดูดความชื้นที่จะใช้กับสินค้าทั้งสิ้น ดังนั้นผู้ขายที่มี มาตรฐานจะสามารถคำนวณปริมาณให้ได้อย่างเหมาะสม ผู้ใช้ควรปรึกษาผู้ขายที่มีความชำนาญด้านสารดูดความชื้น หรือผู้ขายสารดูดความชื้นโดยเฉพาะ

 

ควรใช้สารดูดความชื้นแบบใด

ปัจจุบันสารดูดความชื้นที่ผลิตจากธรรมชาติได้รับความสนใจและใชักันมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมอาหาร ส่วนหนึ่งเนื่องจากลูกค้าของผู้ผลิตสินค้าขอให้เปลี่ยนจากสารดูดความชื้น ซิลิก้า เจล และ แคลเซี่ยมอ๊อกไซด์ เป็นสารจากธรรมชาติ อีกส่วนหนึ่งใช้เพราะคำนึงถึงสภาพแวดล้อม ผู้ใช้สารดูดความชื้นจากธรรมชาติหลายรายพบว่า การใส่สารดูดความชื้นที่ผลิตจากธรรมชาตินอกจากจะให้ประสิทธิภาพที่สูงกว่า ปลอดภัยกว่าแล้ว ยังสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสินค้าอีกด้วย ด้วยเหตุผลนี้ ในปัจจุบันผู้ผลิตอาหารมากกว่า 60% ใช้สารดูดความชื้นที่ผลิตจากธรรมชาติแทนการใช้ ซิลิก้า เจล และ แคลเซี่ยมอ๊อกไซด์ และในอนาคต ความต้องการสารดูดความชื้นที่ผลิตจากธรรมชาติจะมากขึ้น ในขณะที่ความต้องการของ ซิลิก้า เจล และ แคลเซี่ยม อ็อกไซด์ จะลดลงจนหมดไป